Ads Header

Pages

Wednesday, October 3, 2012

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน ?2 ส.ค. 2554
เอ ศุภชัย
คนค้นฅน อังคารนี้?รายการถอดรหัสชีวิต คนค้นฅน 02-08-54 ตอนที่ คนต้นเรื่องคือ เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัด?การดาราดัง จาก?เด็กบ้านป่า?ไกลปืน?เที่ยงสู่ “คนปั้นดาว” ?เงินล้าน?ถอดรหัสชีวิตนักปั้นมือทอง… เอ-ศุภชัย พี่เอเกิดที่นครศรีธรรมราช อำเภอพรหมคีรี คุณพ่อรับราชการครู พร้อมทั้งทำสวนยางพารา ด้วยอำเภอที่พี่เออยู่ยังเป็นพื้นที่กันดารมากไม่มีไฟฟ้า และถนนตัดผ่าน เวลาไปเรียนในแต่ละวัน ต้องเดินทางด้วยรถสองแถวฝ่าฝุ่นแดงไปประมาณชั่วโมงครึ่ง กว่าจะถึงโรงเรียนในตัวเมือง สมัยเด็กๆ พี่เอฝันอยากเป็นดารา ซึ่งคนในหมู่บ้านไม่เข้าใจว่า อาชีพนี้มันจะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้ ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองหน้าตาก็พอไปได้ ก็เลยดิ้นรนที่จะเข้าวงการทุกอย่าง

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-1





คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-2


คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-3


คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-4



เอ ศุภชัย


          เมื่อพูดถึงนางเอกเซ็กซี่ตัวแม่แห่งวงการบันเทิง นาทีนี้คงไม่มีใครเกิน "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" เช่นเดียวกับเมื่อถามว่า ตอนนี้พระเอกคนไหนคิวทองที่สุด คำตอบที่ว่า "แบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ" ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และการที่ดาราทั้งสองคนสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง สั่งสมชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทองมาได้มากมายเช่นนี้ "คนเบื้องหลัง" อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการส่วนตัวก็มีส่วนผลักดัน และหยิบยื่นความสำเร็จให้เหล่าซุปเปอร์สตาร์ไม่น้อย

          ว่าแต่...หน้าที่ของผู้จัดการส่วนตัวซุป'ตาร์อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" คืออะไรบ้าง และทำไม "เอ ศุภชัย" ถึงได้เข้ามาเป็นผู้จัดการซุปเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ วันนี้เราลองไปค้นชีวิตในอีกแง่มุมของผู้จัดการมือทองคนนี้กันดีกว่าค่ะ



          ในสองสามปีที่ผ่านมานี้ เชื่อได้เลยว่า ใครที่สนใจติดตามข่าวบันเทิงคงจะได้เคยเห็นหน้าค่าตาของ "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการดาราเงินล้านที่มีรายได้ฟู่ฟ่าไม่แพ้ดาราในสังกัดของเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่กว่าที่ "เอ ศุภชัย" จะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของชีวิตมีรายได้หลายสิบหลายร้อยล้านอย่าง ณ วันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า เขาผ่านอะไรในชีวิตมาอย่างโชกโชน

          เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร เติบโตมาในสังคมชนบทที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านของเขาทำสวนยางพารา แต่ไม่มีทั้งไฟฟ้าใช้และไม่มีถนนตัดผ่าน การเดินทางไปโรงเรียนแต่ละครั้งก็แสนยากลำบาก เพราะต้องเดินไปขึ้นรถสองแถวที่ขับฝ่าฝุ่นแดง ๆ ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงเรียนในตัวเมือง

เอ ศุภชัย

          เอ ศุภชัย บอกว่า ตอนเด็ก ๆ เขาใฝ่ฝันจะเป็นดาราให้ได้ จึงพยายามดิ้นรนทุกทางเพื่อจะได้ก้าวเข้าอยู่ในแสงไฟของวงการบันเทิง แต่ทว่าเป็นเพราะทางบ้านไม่มีใครเห็นด้วย และไม่มีใครยอมรับอาชีพในวงการบันเทิงเลย สุดท้าย เอ ศุภชัย จึงต้องเลือกเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตามใจพ่อ และก็ได้เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

          การ ก้าวเข้ามาสู่กรุงเทพมหานครแห่งนี้เอง เป็นการเปิดประตูสู่วงการบันเทิงให้กับ เอ ศุภชัย หลังจาก เอ ศุภชัย ได้มาพักอาศัยอยู่กับน้าสาวของยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ที่เป็นญาติห่าง ๆ กัน และได้เข้ามาเล่นบทตัวประกอบในโฆษณารวมทั้งละคร โดยได้รับค่าแรงเพียงสามร้อยบาทบ้าง ห้าร้อยบาทบ้าง แต่ทุกบาททุกสตางค์ เอ ศุภชัย ก็เก็บไว้ส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ แต่นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะหลังจากนั้น เอ ศุภชัย ก็ได้เริ่มผันตัวเป็นคนหาตัวประกอบให้น้าแทน และก็ได้เป็นพี่เลี้ยงให้ ยุ้ย ปัทมวรรณ ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงอยู่ในช่วงนั้น พร้อมกับซึมซับวิธีการทำงานในวงการบันเทิงมาเรื่อย ๆ

          จาก นั้น เอ ศุภชัย ก็ได้นำเงินที่เก็บหอมรอมริบออกมาใช้ ด้วยการเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง ซึ่งเขาบอกว่าการมาที่อังกฤษครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักคนอื่น ๆ มากขึ้น รวมทั้งดาราลูกครึ่งที่น่าจะมีแววในอนาคตหลายคน ก่อนที่เขาจะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" ซึ่งเป็นเพื่อนด้วยกันมา และก็ได้ทาบทาม "ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" ที่ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของเขาเป็นรายต่อไป สุดท้ายแล้ว เพราะการผลักดันของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้หนุ่มป๋อได้แจ้งเกิดเป็นพระเอกประดับช่อง 7 สีสมใจ

เอ ศุภชัย

          และจากนั้นมา เอ ศุภชัย ก็เริ่มหานักแสดงเข้าสังกัดมากขึ้น และปลุกปั้นดารารุ่นใหม่มาตลอดนับสิบปี จน ณ วันนี้ เอ ศุภชัย ปั้นดาราระดับตัวแม่ตัวพ่อมาประดับวงการบันเทิงมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ, ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เมย์ เฟื่องอารมย์, ปู ไปรยา สวนดอกไม้, ธาวิน เยาวพลกุล, เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ, ณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก ปริญ สุภารัตน์ ฯลฯ

          เอ ศุภชัย เล่าว่า กว่าที่จะหาเพชรมาเจียระไนได้สักเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเดินสายดูตัวทั่วประเทศ แม้กระทั่งข้ามประเทศก็ยังมี พอเห็นใครหน้าตาดีหน่อยก็เข้าไปคุยกับเด็กและพ่อแม่ของเด็ก โดยอธิบายให้เขาเข้าใจว่า จะพาลูกพาหลานมาเลี้ยงดู แล้วปูทางไว้สำหรับการก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิง นั่นจึงทำให้วันนี้นักปั้นมือทองคนนี้มีเด็ก ๆ ในสังกัดเก็บไว้แทบทุกจังหวัด แถมยังบอกด้วยว่ามีให้เลือกทุกแนว

          "อย่าง ชั่วโมงนี้พี่ปล่อย ณเดชน์ (คูกิมิยะ) มาก่อน ถ้าคนอื่นเอาใครออกมาแล้วดัง พี่เอก็เอาเด็กที่ฟักไว้ออกมาประชัน ซึ่งมีเยอะ ทุกแนว ขึ้นอยู่ว่าตอนนี้ตลาดดาราต้องการเทรนด์ไหน หน้าไทย เกาหลี พี่เลี้ยงไว้หมด อย่างชื่อ ถ้าไม่เพราะ ไม่อินเทรนด์ ไม่แปลก ก็เปลี่ยนให้เลย ไม่ต้องไปดูหมอดูพระวัดไหนทั้งนั้น หมอเอนี่แหละแม่นที่สุดแล้ว" นักปั้นร้อยล้าน บอกอย่างอารมณ์ดี

เอ ศุภชัย

          และการที่รับเด็ก ๆ เข้าสังกัดจำนวนมาก ก็ทำให้ เอ ศุภชัย ต้องสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้รองรับดาวรุ่งดวงใหม่ในอนาคตโดยเฉพาะ ซึ่งราคาของบ้านที่สร้างใหม่ก็เหยียบ 50 ล้าน แถมยังมีห้องส่วนตัว 4 ฤดูให้กับพระเอกระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง เวียร์-มาริโอ้-ณเดชน์ ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ ภายในบ้านก็ยังมีห้องแต่งตัว ห้องซ้อมเดินแบบไว้สำหรับเรียนรู้บุคลิกภาพ เรียนการแสดง เรียนร้องเพลง และทุก ๆ อย่างที่จะเป็นบันไดก้าวสู่วงการบันเทิงในอนาคต เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เตรียมพร้อมสำหรับปั้นดาวรุ่งดวงใหม่เข้าสู่วงการ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบจริง ๆ

          "พี่ จะดูความสามารถของเด็ก เด็กแต่ละคนจะถนัดหรือเหมาะสมกับบางงาน เราต้องมองและผลักดันให้เขาเป็น เราต้องรู้จักตัวตนของเขาว่าเขาชอบอะไร ทำอะไรแล้วจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด" เอ ศุภชัย บอกถึงแนวทางการปั้นดินสู่ดาว

          การ ปั้นดาวแต่ละดวงของ เอ ศุภชัย ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย เพราะเขาเป็นคนลงทุนให้ทั้งหมด บางคนต้องไปจัดฟันใหม่ หรือพาไปศัลยกรรมไกลถึงเกาหลี จ้างเทรนเนอร์มาสอน ค่าอาหารเสริมบำรุงสุขภาพร่างกาย รวมทั้งค่าอาหารการกินในแต่ละวันที่หมดไปถึงหลักหมื่น และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เขาก็มองว่า ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนอนาคตของคน ๆ หนึ่งที่ดูแล้วคุ้มค่า แม้ว่าจะมีบางคนที่เถลไถลไปจาก เอ ศุภชัย บ้างก็ตาม แต่ เอ ศุภชัย ก็ไม่ได้คิดมาก แถมยังมองโลกในแง่ดีด้วยว่า "การที่เด็กไปของเขาเองดีกว่าเราเป็นคนทิ้งเด็กไป"

          "พี่ เหมือนกับเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ให้นกบินมาทำรัง พอนกโตแล้ว บินได้ บินไปที่ไหนก็แล้วแต่ ก็หวังว่าสักวันอาจจะกลับมาเยี่ยมต้นไม้ต้นนี้บ้าง" คำพูดประโยคนี้ของ เอ ศุภชัย คงบ่งบอกถึงตัวตนของผู้จัดการมือทองคนนี้ได้เป็นอย่างดี

เอ ศุภชัย

          ผู้จัดการมือทองยังบอกด้วยว่า เวลาเห็นเด็กในสังกัดที่ปั้นมากับมือเฉิดฉายอยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ ก็อดที่จะมีน้ำตาแห่งความอิ่มเอิบปลาบปลื้มใจไหลออกมาไม่ได้ เพราะเขาจะนึกย้อนไปในอดีตว่าสมัยนั้นเด็กคนนั้นผ่านอะไรมาบ้าง และทุ่มเทเหนื่อยกายแค่ไหน กว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้

          "มัน เป็นความฝันของพี่เอด้วย ที่อยากเป็นดาราแล้วตัวเองทำไม่ได้ เราก็เปลี่ยนมาทำในสิ่งที่เราทำได้และเหมาะกับเรา พอเราทำให้คนอื่นเป็นได้ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย พี่สอนเด็กเสมอว่า คุณอย่าคิดว่าถ้าคุณเจอกำแพงข้างหน้า แล้วคุณยังดิ้นรนข้ามมัน คุณต้องมองหาทางอื่นที่ทำให้ไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันโดยไม่ต้องปีน ก็คือต้องใช้สมองด้วยไม่ใช่ใช้แต่กำลังอย่างเดียว" เอ ศุภชัย บอก

          และ ด้วยมุมมอง ความคิด และความสามารถที่ไม่ธรรมดาของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้เขาสามารถพลิกชีวิตของใครหลาย ๆ คน ขึ้นสู่บันไดแห่งความฝันไปทอแสงเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิงได้สำเร็จ ขณะที่ยังมีอีกหลายคนกำลังเดินอยู่ระหว่างทาง และใกล้จะถึงเส้นชัยที่ เอ ศุภชัย กำลังปูทางไว้ให้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็คงต้องรอให้ถึงเวลา และโอกาส เพื่อที่ดาวรุ่งดวงใหม่จะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าเหมือนรุ่นพี่ ๆ ซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต

Read more

คนค้นฅนย้อนหลัง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก

 คนค้นฅนย้อนหลัง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก

 
ดูรายการคนค้นฅนย้อนหลัง วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 (หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก)


ดูทีวีย้อนหลัง คนค้นฅนย้อนหลัง



หมายเหตุ ... คลิปวิดีโอทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการนำลิงค์มาจากเว็บอัพโหลดคลิ ปเท่านั้น vdo ทั้งหมดถูกเก็บอยู่ที่เว็บไซต์บริการฝากไฟล์วิดีโอเหล่านั้นตามที่มีลิงค์ ชี้ไปโปรดทราบว่าทางผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้เพียงไปพบลิงค์ จากเว็บเหล่านั้นและนำมารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เพียงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาคลิปต่างๆเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นเราไม่ได้เป็น ผู้อัพโหลดไฟล์เหล่านั้น และหากท่านพบวิดีโออันใดที่ละเมิดลิขสิทธิ์โปรดแจ้งเราทางอีเมลล์ที่ปราก ฎด้านล่าง เพื่อให้ผู้ดูแลเว็บลบคลิปดังกล่าวออกจากเว็บแห่งนี้ต่อไป ...


  วีรยา โอชะกุล

เดินตามรอยวัฒนธรรม โมเดลการอนุรักษ์ผืนป่าที่บ้านกองม่องทะ


กองม่องทะพล วัตรที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้ามีผลให้วิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่ชุมชนในผืนป่าที่วันนี้จะหาอยู่หากินแบบในอดีตเป็นเรื่องยาก อีกทั้งในความเป็นคนป่า อาศัยอยู่ก่อนถูกประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ วันนี้กฎหมายอนุรักษ์บีบบังคับให้วิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมไม่สามารถนำมาใช้ได้ อย่างปกติสุข แต่วันนี้ที่บ้านกองม่องทะ อำเภอสังขละบุรี ชุมชนกระเหรี่ยงในพื้นที่อนุรักษ์กำลังเดินทางกลับไปสู่วิถีดั้งเดิม เพื่อความปกติสุขของคน ของป่า และสัตว์ป่า

ปราโมทย์ ศรีใย เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ประจำพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก รับผิดชอบ 6 ชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ บอกว่า วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ทำให้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนในป่าต้องไหลตาม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบต่อผืนป่าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรเชิงเดี่ยวซึ่งมีผลต่อการทำลายผืนดินให้เสื่อมโทรม เร็ว การไถพื้นที่ทำการเกษตรโดยไม่มองความสำคัญของระบบนิเวศน์ก็อาจทำให้ไม่มี เครื่องมือสำหรับกั้นขวางทางน้ำที่อาจจะหลากเข้าสร้างความเสียหายให้หมู่ บ้านได้

แต่หลังจากการได้พูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนพบว่า พวกเขามีวัฒนธรรมที่สำคัญในความเป็นคนป่า เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเป็นมิตร ไม่เบียดเบียนเกินความจำเป็น

“อย่างการทำไร่ เราอาจเข้าใจผิดว่ากระเหรี่ยงทำไร่เลื่อนลอย ทำที่หนึ่งเสร็จก็ย้ายไปทำที่ใหม่ แต่จริงๆ พวกเขาย้ายที่เพราะต้องการพักฟื้นหน้าดินให้กลับมาสมบูรณ์ก่อนแล้วย้ายกลับ มาทำใหม่ เขาทำเป็นวงรอบวนไปวนมาในที่เดิม ซึ่งหากเรียกให้ถูกต้องเรียกว่าไร่หมุนเวียน”


อย่างไรก็ดี ในความเข้าใจของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ ไร่หมุนเวียนซึ่งต้องรอการพักฟื้นของหน้าดินหลายปีจนต้นไม้โตขึ้นเหมือนเป็น ป่าใหม่ พอเข้ากลับมาถางทำไร่ ก็จะถูกเจ้าหน้าที่จับเพราะคิดว่าเป็นการฟันป่า แต่ในความที่ตรงนั้นเป็นไร่เดิมของเขา ที่เรียกกันว่าไร่ซาก

เมื่อ ถูกจับ ก็เกิดความแค้นเคืองโกรธต่อกัน เจ้าหน้าที่ก็ต้องการจับ ส่วนชาวบ้านก็ต้องการทำกินตามวัฒนธรรมที่ไม่ทำลายป่า ทั้งคู่ต่างทำหน้าที่อนุรักษ์ทั้งคู่ เพียงแต่เดินกันคนละทาง

ปราโมทย์ ศรีใย
ปราโมทย์ ศรีใย เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ปราโมทย์ บอกว่า ด้วยเหตุนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงเข้ามาเป็นกาวใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับ ชาวบ้าน อธิบายให้สองฝ่ายเข้าใจ ถึงการทำหน้าที่อนุรักษ์ด้วยกันทั้งคู่

“เรา อธิบายให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงการทำไร่หมุนเวียนตามวัฒนธรรมเดิมของกระเหรี่ ยง แต่เราก็ต้องอธิบายถึงความสำคัญของการเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของแผ่นดินที่เขา อาศัยเช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการทำแนวเขตพื้นที่ใช้สอยของชาวบ้าน”

การทำแนวเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์ คือการตกลงร่วมกันว่า ชาวบ้านจะทำไร่หมุนเวียนในพื้นที่ที่ถูกขีดไว้ ไม่ขยายออกไปในพื้นที่อื่นอีก

“หลัง จากทำแนวเขตเสร็จ เราชวนชาวบ้านกองม่องทะตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนใน การอนุรักษ์พื้นที่ของชุมชน มีการตั้งกฎกติกาชุมชนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในผืนป่า ซึ่งตรงนี้มีเจ้าหน้าที่อนุรักษ์เข้ามามีส่วนร่วมในการตั้งกฎด้วย เพื่อไม่ให้ผิดต่อหลักกฎหมาย แต่ที่สุดแล้วคนที่ตั้งต้องเป็นคนในชุมชน”
กองม่องทะ

ปราโมทย์ บอกว่า ในวันนี้แม้ว่าการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์จะถือเป็นเรื่องผิด กฎหมาย แต่ในบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการดำรงชีวิตก็จำเป็นต้องมีการจัดการ เสียใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรัง การตั้งกฎกติการ่วมกันระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่คือการจัดการพื้นที่วิธี หนึ่ง

การตั้งคณะกรรมการชุมชน ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็นผู้รักษากฎอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ในการดูแลพื้นที่รอบ หมู่บ้านอีกด้วย
กองม่องทะ

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ข้าไปทำงานร่วม คือ กิจกรรมทางวัฒนธรรม ในปีที่ผ่านมาได้ร่วมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยการซื้อเครื่องดนตรีที่ใช้ในการรำตง

“ทำไมเราต้องส่งเสริมการรำตง เพราะเนื้อเพลงที่ใช้ในการรำตง มีเนื้อหาพูดถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตและการรักษาผืนป่า”

จาก การทำงานร่วมกันกับชุมชนมาตลอด 4 ปี ปราโมทย์บอกว่า วันนี้การทำงานโดยใช้วัฒนธรรมเป็นที่ตั้งนั้น ทำให้ทิศทางการทำงานด้านอนุรักษ์สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดี และภัยคุกคามลดน้อยลง

ด้าน วีรยา โอชะกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เองก็เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าการใช้วัฒนธรรมมาเป็นหัวใจของการทำงานสามารถ ทำให้งานเดินหน้าไปได้ด้วยดีกว่าเมื่อก่อนที่ใช้กฎหมายเป็นตัวตั้ง

วีรยา บอกว่า เมื่อเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหา ทำให้มีทางออกมากขึ้น

“วันนี้ เราให้ชุมชนจัดการกันเอง ให้เขาตั้งกฎกติกาการอนุรักษ์ภายในชุมชน ให้มูลนิธิสืบฯ เป็นพี่เลี้ยง แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ลงไปช่วยอุดในช่องว่างที่ยังขาด”

“อย่างบางเรื่องที่ขัดกับกฎหมาย เราก็ต้องไปบอกว่าไม่ได้ แล้วมาหาแนวทางอื่นร่วมกัน”

วีรยา โอชะกุล
วีรยา โอชะกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก

วันนี้การทำงานร่วมกับชุมชนวีรยา ยอมรับว่าได้รับข้อมูลภายในผืนป่ามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนกันเอง ไม่ค่อยหาข้อมูลภัยคุกคามได้เท่าไหร่ แต่ชาวบ้านซึ่งเป็นคนในพื้นที่เขาจะรู้ดีว่าใครทำอะไร ทำให้เราทราบความเคลื่อนไหว

“ส่วนการทำงานจริงๆ นั้น เราจะเข้าไปก็ต่อเมื่อคณะกรรมการชุมชนไม่สามารถจัดการเองได้ หมายถึงว่า เจอคนกระทำผิดเตือนแล้วไม่ฟัง เราจึงเข้าไปจัดการ พยายามให้มันเป็นวิธีสุดท้าย”


สำหรับอนาคตหัวหน้าเขตรักษา พันุ์สัตว์ป่าฯ บอกว่า อยากให้ชุมชนในทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกทั้ง 6 ชุมชน ก้าวไปในทิศทางเดียวกันนี้ทั้งหมด ซึ่งวันนี้ทางบ้านกองม่องทะสามารถสร้างรูปแบบการจัดการชุมชนโดยใช้วัฒนธรรม เป็นที่ตั้งได้อย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว ซึ่งหากสามารถก้าวไปได้ด้วยกันทั้งหมด การอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ก็จะสำฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
Read more

คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย


เวลา 22.30 ? 23.30 น. ออกอากาศทุกวันอังคาร ทางช่อง 9

คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย
คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย – 1


คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย – 2


คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย – 3



คนค้นตนย้อนหลัง วันที่ 5 กรกฎาคม 54 โก๊ะตี๋ อารามบอย – 4


หมายเหตุ ... คลิปวิดีโอทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการนำลิงค์มาจากเว็บอัพโหลดคลิ ปเท่านั้น vdo ทั้งหมดถูกเก็บอยู่ที่เว็บไซต์บริการฝากไฟล์วิดีโอเหล่านั้นตามที่มีลิงค์ ชี้ไปโปรดทราบว่าทางผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้เพียงไปพบลิงค์ จากเว็บเหล่านั้นและนำมารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เพียงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาคลิปต่างๆเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นเราไม่ได้เป็น ผู้อัพโหลดไฟล์เหล่านั้น และหากท่านพบวิดีโออันใดที่ละเมิดลิขสิทธิ์โปรดแจ้งเราทางอีเมลล์ที่ปราก ฎด้านล่าง เพื่อให้ผู้ดูแลเว็บลบคลิปดังกล่าวออกจากเว็บแห่งนี้ต่อไป ...

โก๊ะตี๋ อารามบอย 
 
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โก๊ะตี๋ อารามบอย
Kotee Aramboy.jpg
ชื่อเกิด เจริญพร อ่อนละม้าย
ชื่อเล่น โก๊ะ
เกิด 31 ธันวาคม พ.ศ. 2523 (31 ปี)
จังหวัดอ่างทอง
ชื่ออื่น โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก , โก๊ะตี๋ อารามบอย
อาชีพ นักแสดงตลก, นักแสดง, พิธีกร, ผู้กำกับภาพยนตร์
ปีที่แสดง พ.ศ. 2537 - ปัจจุบัน
ผลงานเด่น โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย (2541)
เด่น จากภาพยนตร์ ชิงหมาเถิด (2553)
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี

นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2549 - แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า
ตุ๊กตาเงิน นักแสดงดาวรุ่งชาย
พ.ศ. 2540 - โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย
รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง

นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2549 - แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)
โก๊ะตี๋ อารามบอย หรือ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก ชื่อในอดีต (31 ธันวาคม 2523 - ปัจจุบัน) มีชื่อจริงว่า เจริญพร อ่อนละม้าย เป็นนักแสดงชาวจังหวัดอ่างทอง ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยความที่เป็นนักแสดงร่างเล็กรูปร่างอ้วน มีท่าทางดูเหมือนเด็ก ปัจจุบันมีงานหลายด้าน ทั้งแสดงตลก แสดงหนัง อีกหลายเรื่อง และ นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัม

ประวัติ

โก๊ะตี๋ ในวัยเด็ก เรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนวัดท่าอิฐ จังหวัดอ่างทอง มีผลการเรียนดีมาก และเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนโพธิ์ทองจินดามณี จังหวัดอ่างทอง แต่ด้วยความเกเรตามเพื่อนจึงไม่ได้สอบ และหนีออกจากบ้านไปอยู่กับคณะลิเกอยู่ พักนึง ก่อนจะไปช่วยพี่สาวขายผักที่พิจิตร และได้ร้องลิเกขายผักจนมีคนแนะนำให้ไปหาพระที่เป็นที่นับถือของนักร้องนัก แสดงเพื่อให้ช่วยเหลือ
โก๊ะตี๋ เริ่มเข้าสู่วงการเมื่ออายุประมาณ 13-14 ปี โดยร่วมงานกับคณะตลก เอ็ดดี้ ผีน่ารัก ตอนนั้นใช้ชื่อในการแสดงว่า โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก เพราะไว้ผมโก๊ะ และเปลี่ยนชื่อเป็น โก๊ะตี๋ อารามบอย ภายหลังจากมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย และแยกออกมาตั้งคณะตลกของตัวเอง
เจ้าตัวได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในอนาคตถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง ตั้งใจจะบวชและอาจบวชตลอดทั้งชีวิตเลยก็ได้

ผลงาน

ภาพยนตร์

ปี ชื่อภาพยนตร์ รับบทเป็น
2541 โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย โก๊ะตี๋ อารามบอย
2548 ปล้นนะยะ กบ
จานบิน โต๋แต๋
พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า โจ (คนบ้าสายตาสั้นและหูตึง)
พระ เด็ก เสือ ไก่ วอก สำลี (เด็ก)
2549 ไทยถีบ โก๊ะ
ก้านกล้วย พากย์เสียง มะโหนก
เพลงสุดท้าย โก๊ะหมวย
โกยเถอะโยม กบ
แซ่บ นัทติง
แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า สอง
มากับพระ เณรโก๊ะ
2550 หอแต๋วแตก แพนเค้ก
ตั๊ดสู้ฟุด เคทรี
โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า ป๋อง
เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ เหล่
2551 ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋ กร่าง
บ้านผีเปิบ เซียนน้อย
คู่ก๊วนป่วนเมษา บังเอิญ
เทวดาท่าจะเท่ง เทวดาหน้าโก๊ะ
หนุมานคลุกฝุ่น โก๊ะ
หัวหลุดแฟมิลี่ บราซิล
2552 โหดหน้าเหี่ยว 966 เปี๊ยก ซัมมิท
สาระแน ห้าวเป้ง!! โก๊ะตี๋
หอแต๋วแตกแหกกระเจิง แพนเค้ก และแพนด้า (พี่น้องฝาแฝด)
32 ธันวา ลิ้นจี่ (เพื่อนของเมย์)
2553 สาระแนสิบล้อ แอ๊ด
สามย่าน ผู้กำกับ (และร่วมกำกับด้วย)
หลวงพี่เท่ง 3 เด็กนักเรียน (ลูกเสือ)
ชิงหมาเถิด (The Dog) เด่น
น้ำ ผีนองสยองขวัญ ชาลี
กระดึ๊บ ตำรวจ
ผู้ชายลัลล้า โก๊ะ
สุดเขตสเลดเป็ด อันเด้อ
2554 หอแต๋วแตกแหวกชิมิ แพนเค้ก
มิดไมล์ เจ้ย
ส.ค.ส. สวีทตี้ หลังอาน
2555 วาเลนไทน์ สวีทตี้ หลังอาน
ปล้นนะยะ 2 โทนี่/ญาญ่า
หอแต๋วแตกแหกมว๊ากก แพนเค้ก

คอนเสิร์ต

  • แขกรับเชิญ คอนเสิร์ต สโนว์คิ้ม กับผู้ชายทั้ง 7 ปี 2550
  • แขกรับเชิญ คอนเสิร์ต คิ้ม ไรด์ เดอร์ ปี 2551
  • แขกรับเชิญ คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด ปี 2551
  • คอนเสิร์ต โก๊ะตี๋ cafe on stage ปี 2552
  • คอนเสิร์ต โก๊ะตี๋ 6 แพร่ง ปี 2553

ละครปัจจุบัน

  • คู่กิ๊กพริกกะเกลือ รับบท พี่ป๋อ ทางช่อง 7

ละครในอดีต

  • ขุนช้าง ขุนแผน รับบท ขุนช้าง (ตอนเด็ก) ทางช่อง 3 (2542)
  • รวมพลคนก้นบาตร ทางช่อง 7 (2547)
  • มนต์รักลอตเตอรี่ รับบท เจ๊แน ทางช่อง 3 (2549)
  • เกิร์ลคัพรักหัวใจใส่ประตู รับบท ชาย ทางช่อง 7 (2550)
  • รักต้องซ่อม รับบท น้าชาติ (คนตาบอดจริงไม่จริง) ทางช่อง 5 (2551)
  • น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ รับบท ฮานอย ทางช่อง 3 (2552)
  • เพลงรักทะเลใต้ รับบท เทพ ทางช่อง 7 (2553)
  • วุ่นวายสบายดี ทางช่อง 3 (2555)
  • ฯลฯ

พิธีกรในปัจจุบัน

  • ตลกหกฉาก ทาง ช่อง 5 (24 กุมภาพันธ์ 2551 - 27 ธันวาคม 2551 / 24 เมษายน 2552 - ปัจจุบัน)
  • ทูไนท์โชว์ ทาง ช่อง 3 (4 พฤษภาคม 2552 - ปัจจุบัน)
  • เรื่องเล่าเช้านี้ (ครอบครัวบันเทิง) ทาง ช่อง 3 (1 มิถุนายน 2554 - ปัจจุบัน)
  • ฉันไปค้างคืนกับซุปตาร์ ทาง ช่อง 3 (2 พฤษภาคม 2555 - ปัจจุบัน)

พิธีกรในอดีต

  • คลับเซเว่น ทาง ช่อง 7 (1 กรกฎาคม 2551 - 31 มีนาคม 2552)
  • บางจะเกร็ง ทาง ช่อง 5 (5 มกราคม 2552 - 28 ธันวาคม 2552)
  • ฮาจะเกร็ง ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี (4 มกราคม พ.ศ. 2553 - 2554)
  • ล้วงลับตับแตก ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี (4 กรกฎาคม 2552 - 16 กุมภาพันธ์ 2555)
  • คิดเปลี่ยนโลก ทาง ช่อง 5 (มิถุนายน 2554 - 2555)
  • เจาะลึกเรื่องจริง ทางช่อง 3
  • 5432 โชว์ ทางช่อง 5
  • ผ่าง ผ่าง โชว์ ทางช่อง 5
  • ดาราการ์ตูน ทางช่อง 3
  • เกมประชาชน ทาง ช่อง 5
  • ฯลฯ

มิวสิกวิดีโอ

ผลงานเพลง

  • ชุด แต๋วจ๋า
  • ชุด หนุ่มดอยเต่า
  • ชุด โก๊ะ อินเตอร์ (โทษเด็ก-ข้าวก้นบาตร)
  • เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย
  • เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง โกยเถอะโยม
  • เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง คู่ก๊วนป่วนเมษา
  • เพลงเฉลิมพระเกียรติ ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา (ร่วมขับร้อง)

โฆษณา

ธุรกิจ

  • โก๊ะข้าวมันไก่
  • ธุรกิจแอมเวย์
Read more

คนค้นคน ตามี ผู้รวยความสุข 21 มิถุนายน 2554

คนค้นคน ตามี ผู้รวยความสุข 21 มิถุนายน 2554

http://tvshow.tlcthai.com/wp-content/thumbnails/2384.jpg
คนค้นคน 21 มิถุนายน 2554 ?ตามีผู้รวยความสุข??ดูคนค้นคนย้อนหลัง
เวลา 22.30 ? 23.30 น. ออกอากาศทุกวันอังคาร ทางช่อง 9

คนค้นคน 21 มิถุนายน 2554 ?ตามีผู้รวยความสุข? [1/3]


คนค้นคน 21 มิถุนายน 2554 ?ตามีผู้รวยความสุข? [2/3]


คนค้นคน 21 มิถุนายน 2554 ?ตามีผู้รวยความสุข? [3/3]



หมายเหตุ ... คลิปวิดีโอทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการนำลิงค์มาจากเว็บอัพโหลดคลิ ปเท่านั้น vdo ทั้งหมดถูกเก็บอยู่ที่เว็บไซต์บริการฝากไฟล์วิดีโอเหล่านั้นตามที่มีลิงค์ ชี้ไปโปรดทราบว่าทางผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้เพียงไปพบลิงค์ จากเว็บเหล่านั้นและนำมารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เพียงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาคลิปต่างๆเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นเราไม่ได้เป็น ผู้อัพโหลดไฟล์เหล่านั้น และหากท่านพบวิดีโออันใดที่ละเมิดลิขสิทธิ์โปรดแจ้งเราทางอีเมลล์ที่ปราก ฎด้านล่าง เพื่อให้ผู้ดูแลเว็บลบคลิปดังกล่าวออกจากเว็บแห่งนี้ต่อไป ...



กับเรื่องราวของ ปู่เย็น “เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชร” ชายชราผู้ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ในเรือพายลำเล็กๆ เก่าๆ และถ้าหากคุณผู้ชมยังคงซาบซึ้งตราตรึงใจ กับเรื่องราวความรักของ ตาลอบ-ยายทอง ผู้ยึดในคำมั่นสัญญา ดูแลกันและกันจนวัยตาย “คนค้นฅน” ครั้งนี้จะกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง ด้วยเรื่องราวของ คุณตา “มี  หอมคำรื่น” ชายชราวัย 88 ปี กับยาย “สำอาง หอมคำรื่น” คู่ชีวิต วัย 76 ปี คู่รักที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานกว่า 40 ปี


ย้ายมาตั้งรกรากอยู่กับลูกสาวที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นานเกือบ 20 ปี สภาพชีวิตที่ดูเหมือนลุ่มๆ ดอนๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวนี้มีไม่เคยขาดแคลน นั่นก็คือ “ความสุข” บ้านเช่าหลังเล็กๆ ที่มีสมาชิกทั้งหมด 5 คน คือ ตามี ยายสำอาง ซึ่งป่วยและเดินไม่ได้มานานหลายปีแล้ว  ลูกสาว และหลานชายอีก 2 คน ความรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายรายเดือนของตาและยายก็เป็นหน้าที่ของ “พี่อ้วน” ลูกสาวซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยเภสัชกร ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ละเดือนรายได้ของ “พี่อ้วน” เข้าข่ายเดือนชนเดือน หรือติดลบบ้างในบางเดือน


จึงไม่เรียกร้องเงินจากลูกสาวเพิ่มจากที่เขาหยิบยื่นให้ เงินจากลูกสาวรวมกับเงินสวัสดิการคนชราจากรัฐ “ตามี” บอกว่ามากเกินพอ แต่ภาพที่ชาวบ้านย่านนี้เห็นจนชินตา นั่นก็คือ “ตามี” กับรถเข็นคันเก่าๆ ที่เข็นไปทั่วหมู่บ้าน เพื่อเก็บผักบุ้ง, ยอดกระถิน, ยอดโสน ฯลฯ ซึ่งขึ้นอยู่ในพื้นที่รกร้าง และนำมาขายที่ตลาดนัดใกล้บ้าน เพื่อหารายได้เลี้ยงตัว ด้วยรายได้เพียงหลักสิบ หลักร้อยต่อวัน ชายชราต้องลงแรงตากแดด, ตากฝน, ลุยน้ำ ลุยโคลนไปเก็บผักมาขาย นี่คือ เงินที่ “ตามี” บอกว่า “เป็นเงินที่หามาได้โดยไม่มีต้นทุน แม้จะเป็นหลักสิบหลักร้อยก็เป็นกำไรล้วนๆ “ตามี” หาเพื่อให้เหลือเก็บ และเก็บเพื่อใช้ในวันข้างหน้า” 


เชื่อในการทำความดี เชื่อว่า เทวดาจะช่วย ถ้าเราได้เริ่มต้นช่วยตัวเองก่อน ความไม่มี ความขาดแคลน ความลำบากในสายตาคนอื่น ไม่เคยกลายเป็นปัญหาของ “ตามี” ความทุกข์ไม่เคยถูกปล่อยให้เข้ามาเกาะกิน เพราะตาเชื่อว่า ถ้าเราไม่ปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาบั่นทอน แล้วจะทุกข์ได้อย่างไร  “ตามี” ยังเชื่อและเคารพ ซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิต “ตามี” ดูแล “ยายสำอาง” ในวันที่ยายเดินไม่ได้อย่างดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะดูแลผู้หญิงที่รักได้


รู้สึกว่าเธอคือ ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก นี่คือ เรื่องราวของความสุข ความรัก ความขยันหมั่นเพียร เรื่องราวของชายชรา ที่มีหลักคิดที่ควรค่าแก่การคารวะ และเชื่อว่าจะเป็นกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ให้กับใครอีกหลายคน พบกับ เรื่องราวของ “ตามี”...ผู้รวยความสุขได้ ในรายการ “คนค้นฅน” วันอังคารที่ 14 มิถุนายนนี้ เวลา 22.50 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี 




 
Read more