Ads Header

Pages

Showing posts with label เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร. Show all posts
Showing posts with label เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร. Show all posts

Wednesday, October 3, 2012

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน ?2 ส.ค. 2554
เอ ศุภชัย
คนค้นฅน อังคารนี้?รายการถอดรหัสชีวิต คนค้นฅน 02-08-54 ตอนที่ คนต้นเรื่องคือ เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัด?การดาราดัง จาก?เด็กบ้านป่า?ไกลปืน?เที่ยงสู่ “คนปั้นดาว” ?เงินล้าน?ถอดรหัสชีวิตนักปั้นมือทอง… เอ-ศุภชัย พี่เอเกิดที่นครศรีธรรมราช อำเภอพรหมคีรี คุณพ่อรับราชการครู พร้อมทั้งทำสวนยางพารา ด้วยอำเภอที่พี่เออยู่ยังเป็นพื้นที่กันดารมากไม่มีไฟฟ้า และถนนตัดผ่าน เวลาไปเรียนในแต่ละวัน ต้องเดินทางด้วยรถสองแถวฝ่าฝุ่นแดงไปประมาณชั่วโมงครึ่ง กว่าจะถึงโรงเรียนในตัวเมือง สมัยเด็กๆ พี่เอฝันอยากเป็นดารา ซึ่งคนในหมู่บ้านไม่เข้าใจว่า อาชีพนี้มันจะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้ ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองหน้าตาก็พอไปได้ ก็เลยดิ้นรนที่จะเข้าวงการทุกอย่าง

คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-1





คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-2


คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-3


คนค้นฅน เอ ศุภชัย รายการทีวีย้อนหลังคนค้นฅน 2 ส.ค. 2554 ตอน 1-4



เอ ศุภชัย


          เมื่อพูดถึงนางเอกเซ็กซี่ตัวแม่แห่งวงการบันเทิง นาทีนี้คงไม่มีใครเกิน "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" เช่นเดียวกับเมื่อถามว่า ตอนนี้พระเอกคนไหนคิวทองที่สุด คำตอบที่ว่า "แบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ" ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และการที่ดาราทั้งสองคนสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง สั่งสมชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทองมาได้มากมายเช่นนี้ "คนเบื้องหลัง" อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการส่วนตัวก็มีส่วนผลักดัน และหยิบยื่นความสำเร็จให้เหล่าซุปเปอร์สตาร์ไม่น้อย

          ว่าแต่...หน้าที่ของผู้จัดการส่วนตัวซุป'ตาร์อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" คืออะไรบ้าง และทำไม "เอ ศุภชัย" ถึงได้เข้ามาเป็นผู้จัดการซุปเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ วันนี้เราลองไปค้นชีวิตในอีกแง่มุมของผู้จัดการมือทองคนนี้กันดีกว่าค่ะ



          ในสองสามปีที่ผ่านมานี้ เชื่อได้เลยว่า ใครที่สนใจติดตามข่าวบันเทิงคงจะได้เคยเห็นหน้าค่าตาของ "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการดาราเงินล้านที่มีรายได้ฟู่ฟ่าไม่แพ้ดาราในสังกัดของเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่กว่าที่ "เอ ศุภชัย" จะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของชีวิตมีรายได้หลายสิบหลายร้อยล้านอย่าง ณ วันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า เขาผ่านอะไรในชีวิตมาอย่างโชกโชน

          เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร เติบโตมาในสังคมชนบทที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านของเขาทำสวนยางพารา แต่ไม่มีทั้งไฟฟ้าใช้และไม่มีถนนตัดผ่าน การเดินทางไปโรงเรียนแต่ละครั้งก็แสนยากลำบาก เพราะต้องเดินไปขึ้นรถสองแถวที่ขับฝ่าฝุ่นแดง ๆ ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงเรียนในตัวเมือง

เอ ศุภชัย

          เอ ศุภชัย บอกว่า ตอนเด็ก ๆ เขาใฝ่ฝันจะเป็นดาราให้ได้ จึงพยายามดิ้นรนทุกทางเพื่อจะได้ก้าวเข้าอยู่ในแสงไฟของวงการบันเทิง แต่ทว่าเป็นเพราะทางบ้านไม่มีใครเห็นด้วย และไม่มีใครยอมรับอาชีพในวงการบันเทิงเลย สุดท้าย เอ ศุภชัย จึงต้องเลือกเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตามใจพ่อ และก็ได้เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

          การ ก้าวเข้ามาสู่กรุงเทพมหานครแห่งนี้เอง เป็นการเปิดประตูสู่วงการบันเทิงให้กับ เอ ศุภชัย หลังจาก เอ ศุภชัย ได้มาพักอาศัยอยู่กับน้าสาวของยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ที่เป็นญาติห่าง ๆ กัน และได้เข้ามาเล่นบทตัวประกอบในโฆษณารวมทั้งละคร โดยได้รับค่าแรงเพียงสามร้อยบาทบ้าง ห้าร้อยบาทบ้าง แต่ทุกบาททุกสตางค์ เอ ศุภชัย ก็เก็บไว้ส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ แต่นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะหลังจากนั้น เอ ศุภชัย ก็ได้เริ่มผันตัวเป็นคนหาตัวประกอบให้น้าแทน และก็ได้เป็นพี่เลี้ยงให้ ยุ้ย ปัทมวรรณ ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงอยู่ในช่วงนั้น พร้อมกับซึมซับวิธีการทำงานในวงการบันเทิงมาเรื่อย ๆ

          จาก นั้น เอ ศุภชัย ก็ได้นำเงินที่เก็บหอมรอมริบออกมาใช้ ด้วยการเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง ซึ่งเขาบอกว่าการมาที่อังกฤษครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักคนอื่น ๆ มากขึ้น รวมทั้งดาราลูกครึ่งที่น่าจะมีแววในอนาคตหลายคน ก่อนที่เขาจะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" ซึ่งเป็นเพื่อนด้วยกันมา และก็ได้ทาบทาม "ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" ที่ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของเขาเป็นรายต่อไป สุดท้ายแล้ว เพราะการผลักดันของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้หนุ่มป๋อได้แจ้งเกิดเป็นพระเอกประดับช่อง 7 สีสมใจ

เอ ศุภชัย

          และจากนั้นมา เอ ศุภชัย ก็เริ่มหานักแสดงเข้าสังกัดมากขึ้น และปลุกปั้นดารารุ่นใหม่มาตลอดนับสิบปี จน ณ วันนี้ เอ ศุภชัย ปั้นดาราระดับตัวแม่ตัวพ่อมาประดับวงการบันเทิงมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ, ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เมย์ เฟื่องอารมย์, ปู ไปรยา สวนดอกไม้, ธาวิน เยาวพลกุล, เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ, ณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก ปริญ สุภารัตน์ ฯลฯ

          เอ ศุภชัย เล่าว่า กว่าที่จะหาเพชรมาเจียระไนได้สักเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเดินสายดูตัวทั่วประเทศ แม้กระทั่งข้ามประเทศก็ยังมี พอเห็นใครหน้าตาดีหน่อยก็เข้าไปคุยกับเด็กและพ่อแม่ของเด็ก โดยอธิบายให้เขาเข้าใจว่า จะพาลูกพาหลานมาเลี้ยงดู แล้วปูทางไว้สำหรับการก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิง นั่นจึงทำให้วันนี้นักปั้นมือทองคนนี้มีเด็ก ๆ ในสังกัดเก็บไว้แทบทุกจังหวัด แถมยังบอกด้วยว่ามีให้เลือกทุกแนว

          "อย่าง ชั่วโมงนี้พี่ปล่อย ณเดชน์ (คูกิมิยะ) มาก่อน ถ้าคนอื่นเอาใครออกมาแล้วดัง พี่เอก็เอาเด็กที่ฟักไว้ออกมาประชัน ซึ่งมีเยอะ ทุกแนว ขึ้นอยู่ว่าตอนนี้ตลาดดาราต้องการเทรนด์ไหน หน้าไทย เกาหลี พี่เลี้ยงไว้หมด อย่างชื่อ ถ้าไม่เพราะ ไม่อินเทรนด์ ไม่แปลก ก็เปลี่ยนให้เลย ไม่ต้องไปดูหมอดูพระวัดไหนทั้งนั้น หมอเอนี่แหละแม่นที่สุดแล้ว" นักปั้นร้อยล้าน บอกอย่างอารมณ์ดี

เอ ศุภชัย

          และการที่รับเด็ก ๆ เข้าสังกัดจำนวนมาก ก็ทำให้ เอ ศุภชัย ต้องสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้รองรับดาวรุ่งดวงใหม่ในอนาคตโดยเฉพาะ ซึ่งราคาของบ้านที่สร้างใหม่ก็เหยียบ 50 ล้าน แถมยังมีห้องส่วนตัว 4 ฤดูให้กับพระเอกระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง เวียร์-มาริโอ้-ณเดชน์ ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ ภายในบ้านก็ยังมีห้องแต่งตัว ห้องซ้อมเดินแบบไว้สำหรับเรียนรู้บุคลิกภาพ เรียนการแสดง เรียนร้องเพลง และทุก ๆ อย่างที่จะเป็นบันไดก้าวสู่วงการบันเทิงในอนาคต เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เตรียมพร้อมสำหรับปั้นดาวรุ่งดวงใหม่เข้าสู่วงการ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบจริง ๆ

          "พี่ จะดูความสามารถของเด็ก เด็กแต่ละคนจะถนัดหรือเหมาะสมกับบางงาน เราต้องมองและผลักดันให้เขาเป็น เราต้องรู้จักตัวตนของเขาว่าเขาชอบอะไร ทำอะไรแล้วจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด" เอ ศุภชัย บอกถึงแนวทางการปั้นดินสู่ดาว

          การ ปั้นดาวแต่ละดวงของ เอ ศุภชัย ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย เพราะเขาเป็นคนลงทุนให้ทั้งหมด บางคนต้องไปจัดฟันใหม่ หรือพาไปศัลยกรรมไกลถึงเกาหลี จ้างเทรนเนอร์มาสอน ค่าอาหารเสริมบำรุงสุขภาพร่างกาย รวมทั้งค่าอาหารการกินในแต่ละวันที่หมดไปถึงหลักหมื่น และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เขาก็มองว่า ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนอนาคตของคน ๆ หนึ่งที่ดูแล้วคุ้มค่า แม้ว่าจะมีบางคนที่เถลไถลไปจาก เอ ศุภชัย บ้างก็ตาม แต่ เอ ศุภชัย ก็ไม่ได้คิดมาก แถมยังมองโลกในแง่ดีด้วยว่า "การที่เด็กไปของเขาเองดีกว่าเราเป็นคนทิ้งเด็กไป"

          "พี่ เหมือนกับเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ให้นกบินมาทำรัง พอนกโตแล้ว บินได้ บินไปที่ไหนก็แล้วแต่ ก็หวังว่าสักวันอาจจะกลับมาเยี่ยมต้นไม้ต้นนี้บ้าง" คำพูดประโยคนี้ของ เอ ศุภชัย คงบ่งบอกถึงตัวตนของผู้จัดการมือทองคนนี้ได้เป็นอย่างดี

เอ ศุภชัย

          ผู้จัดการมือทองยังบอกด้วยว่า เวลาเห็นเด็กในสังกัดที่ปั้นมากับมือเฉิดฉายอยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ ก็อดที่จะมีน้ำตาแห่งความอิ่มเอิบปลาบปลื้มใจไหลออกมาไม่ได้ เพราะเขาจะนึกย้อนไปในอดีตว่าสมัยนั้นเด็กคนนั้นผ่านอะไรมาบ้าง และทุ่มเทเหนื่อยกายแค่ไหน กว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้

          "มัน เป็นความฝันของพี่เอด้วย ที่อยากเป็นดาราแล้วตัวเองทำไม่ได้ เราก็เปลี่ยนมาทำในสิ่งที่เราทำได้และเหมาะกับเรา พอเราทำให้คนอื่นเป็นได้ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย พี่สอนเด็กเสมอว่า คุณอย่าคิดว่าถ้าคุณเจอกำแพงข้างหน้า แล้วคุณยังดิ้นรนข้ามมัน คุณต้องมองหาทางอื่นที่ทำให้ไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันโดยไม่ต้องปีน ก็คือต้องใช้สมองด้วยไม่ใช่ใช้แต่กำลังอย่างเดียว" เอ ศุภชัย บอก

          และ ด้วยมุมมอง ความคิด และความสามารถที่ไม่ธรรมดาของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้เขาสามารถพลิกชีวิตของใครหลาย ๆ คน ขึ้นสู่บันไดแห่งความฝันไปทอแสงเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิงได้สำเร็จ ขณะที่ยังมีอีกหลายคนกำลังเดินอยู่ระหว่างทาง และใกล้จะถึงเส้นชัยที่ เอ ศุภชัย กำลังปูทางไว้ให้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็คงต้องรอให้ถึงเวลา และโอกาส เพื่อที่ดาวรุ่งดวงใหม่จะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าเหมือนรุ่นพี่ ๆ ซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต

Read more